จังหวัดชุมพรจัดงานพิธีวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
19 พ.ค. 2557, 15:25 น.
วันนี้ ( ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗) ณ ศาลเสด็จในกรมฯ (ศาลบน) ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพรจัดพิธีวาง พวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ องค์บิดาทหารเรือไทย (เสด็จเตี่ย) ที่ได้ทรงพัฒนาปรับปรุงกิจการทหารเรือไทยให้ทัดเทียมอารยประเทศจนเป็นที่ยอมรับโดย ทั่วไป โดยมี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนในจังหวัดชุมพร นำพวงมาลามาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก 
 
         หลังจากพิธีวางพวงมาลา นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  ได้กล่าวคำสดุดี พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อรำลึกถึงพระองค์ และมีการยิงสลุตของทหารหมู่ปืนเล็ก ๑๙ นัด อันเป็นการเทิดพระเกียรติ ซึ่งทหารเรือทุกนายเชื่อว่า ดวงพระวิญญาณของพระองค์ยังสถิตอยู่บนทิพย์วิมาน หรือสรวงสวรรค์ เพื่อคุ้มครอง ดูแล ลูกหลานของพระองค์ท่านไม่ให้อริศัตรูมาแย่งแผ่นดินสยามไปได้ 
 
          สำหรับพระประวัติโดยย่อของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงประสูติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๓ เป็นพระโอรสใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงได้รับการศึกษาขั้นแรกในพระบรมมหาราชวัง ได้เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ทรงเข้าศึกษาวิชาการเกี่ยวกับทหารเรือทุกแง่มุมด้วยความวิริยะ อุตสาหะและพากเพียร จนทรงได้รับระบบการบรรจุเข้าเป็นนายเรืออังกฤษ ทำการรบในนามราชนาวีอังกฤษ จนได้รับการยกย่องจากรัฐอังกฤษเป็นอย่างมาก
 
          เมื่อจบการศึกษาได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโทผู้บังคับการ ในตำแหน่งนายธงผู้บัญชาการทหารเรือ ทรงรับราชการสืบมาจนได้รับพระ ราชทานเลื่อนยศจาก พลเรือโท ขึ้นเป็น พลเรือเอก เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๓ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอิสริยศักดิ์ เลื่อนจาก "กรมหมื่น" ขึ้นเป็น "กรมหลวง" เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๖๓ 
 
          นอกจากนี้พระองค์ท่านยังได้ทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนทั่วไป ด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญาว่า “หมอพร” แห่งราชนาวีไทย และในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดี กระทรวงทหารเรือ ทรงบัญชาการทหารเรือเต็ม ตามตำแหน่ง ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก็ได้กราบบังคมลาออกจากราชการ เพื่อพักผ่อน รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖ ทั้งนี้ก็เพราะทรงมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ และประชวรพระโรคภายในอยู่ด้วย โดยได้เสด็จออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖ ไปประทับอยู่ที่ด้านใต้ปากน้ำ เมืองชุมพร ขณะที่ประทับอยู่ที่จังหวัดชุมพร นี้ ก็เกิดเป็นพระโรคหวัดใหญ่ เนื่องจากถูกฝน ทรงประชวรอยู่เพียง ๓ วัน ก็สิ้นพระชนม์ ณ ตำบลทรายรี ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๖ สิริพระชนมายุได้ ๔๔ พรรษา