จังหวัดชุมพร จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระมหาเจษฎาราชเจ้า วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕7) ที่ ห้องประชุมอาคารกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร
31 Mar 2014, 02:20 pm
จังหวัดชุมพร จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระมหาเจษฎาราชเจ้า
       วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗) ที่ ห้องประชุมอาคารกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ชั้น ๓ ที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อราษฎรและแผ่นดินไทย โดยทรงปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข และพัฒนาให้ชาติไทยมีความเจริญรุ่งเรือง ทั้งด้านการเมือง การทหาร และรักษาความเป็นชาติอธิปไตยไว้ได้ 
       พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัตินั้น บ้านเมืองเริ่มเผชิญปัญหาด้านสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ในยุโรปและอเมริกานั้น ได้ทรงผ่อนปรนมิให้กระทบกระเทือน ทั้งผลประโยชน์ของประเทศ และสัมพันธไมตรีระหว่างกัน เป็นผลให้ชาติไทย คงความเป็นเอกราช อยู่ได้ตราบจนปัจจุบัน และในสมัยรัตนโกสินทร์ทรงทำนุบำรุงการพาณิชย์นาวี ได้มีการติดต่อค้าขายกับนานาประเทศอย่างกว้างขวาง รายได้หลั่งไหลเข้ามาเป็นงบประมาณบำรุงแผ่นดิน ข้าราชการได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดเงินเดือนเป็นครั้งแรก ทรงเพิ่มพูนรายได้ของประเทศ ด้วยการปรับปรุงระบบการเก็บภาษีอากร ทั้งภาษีอากรเก่าและใหม่ สามารถเกื้อกูลการพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง จนปรากฏว่าศาสนารุ่งโรจน์แพร่ขยายไปสู่ดินแดนพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา และด้วยทรงเล็งเห็นว่าการศึกษาเป็นความเจริญของบ้านเมืองและประชาชน โปรดให้ความรู้นานาชนิด ไว้ภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ทั้งวิชาวรรณกรม ตำรายา โหราศาสตร์ การช่าง ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาอย่างกว้างขวาง จนกล่าวกันว่าวัดโพธิ์ คือ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ทรงทำลายฝิ่นซึ่งเป็นยาเสพติดร้ายแรงในสมัยนั้นให้หมดไปจากประเทศ เพื่อป้องกันพสกนิกร ให้รอดพ้นจากความหายนะ อันเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ  และทรงพระราชทรัพย์ส่วนที่สำคัญที่สุดแก่ประเทศไทย คือ ส่วนที่พระราชทานไว้แก่แผ่นดิน ซึ่งเก็บรักษาไว้ในถุงแดงเป็นจำนวนหลายหมื่นชั่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำมาเป็นค่าชดใช้แลกเปลี่ยนอธิปไตยของชาติ ในกรณีพิพาทแผ่นดินระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ร.ศ. ๑๑๒ อันเป็นวิกฤตการณ์ที่คับขันล่อแหลมในสมัยนั้นอย่างยวดยิ่ง จึงอาจกล่าวได้ว่า ถ้ามิใช่พระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานพระราชทรัพย์ไว้แล้ว ชาวไทยทั้งมวลจะภาคภูมิใจในความเป็นชาติเอกราช อย่างสง่าผ่าเผยเช่นปัจจุบันนี้มิได้
       พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เสด็จสวรรคตเมื่อวันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๔ พระชนมายุ ๖๓ พรรษา ระยะเวลาครองราชย์ ๒๗ ปี ๗ เดือน ๒๓ วัน โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ ๓๑ มีนาคม  ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติเพื่อประกอบงานรัฐพิธีถวายราชสักการะ โดยมิต้องถือเป็นวันหยุด เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ซึ่งพระราชกรณียกิจตลอดเวลาแห่งการครองราชย์ ทรงสร้างสรรค์คุณประโยชน์อเนกอนันต์ อันเป็นรากฐานแห่งความเจริญวัฒนาทั้งสิ้น