จังหวัดชุมพรบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเรือประมง เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย
10 Jan 2018, 10:38 am
           เมื่อวันที่ 9   มกราคม  2561  จังหวัดชุมพร บูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ตรวจเรือประมงในทะเลอ่าวไทย บริเวณปากน้ำชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อนโยบายการลงทุนของต่างชาติ ในอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหาว่ามีการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย 
 
           โดยเจ้าหน้าที่คณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจคุ้มครองแรงงาน และค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ลงพื้นที่ตรวจเรือประมงในทะเลอ่าวไทย บริเวณปากน้ำชุมพร เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย สำหรับเป้าหมายหลักในการตรวจ คือเป็นการป้องปรามมิให้มีการปฏิบัติกับลูกจ้างในลักษณะการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย โดยการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบการจ่ายค่าจ้าง ด้วยวิธีสอบถามจากลูกจ้างโดยตรง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าจ้าง สัญญาการว่าจ้าง ทะเบียนรายชื่อลูกจ้าง สำหรับการตรวจฯ ในเดือนมกราคม 2561 ได้ออกตรวจ 4 ครั้ง ตรวจเรือประมง จำนวน 34 ลำ ลูกจ้างรวม 590 คน แยกเป็นสัญชาติไทย 85 คน เมียนมา 504 คน ลาว 1 คน เรือทุกปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่มีการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ไม่พบการบังคับใช้แรงงานแต่อย่างได มีเพียงเล็กน้อย ที่กระทำความผิด ซึ่งได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว  ซึ่งหลังจากนี้จะมีการบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย อย่างเข้มงวดต่อไป
 
            นายศุภชัย ตรีศักดิ์ชาติ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศ จัดอันดับประเทศไทยในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จากระดับเทียร์ 3 ในปี 2559 มาเป็นเทียร์ 2 ในปี2560 ซึ่งดีขึ้น แต่ก็ยังต้องจับตาดูในเรื่องของการกดขี่แรงงาน และการใช้แรงงานเด็ก ในส่วนของจังหวัดชุมพรได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจคุ้มครองแรงงาน และค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ คือการร่วมกันตรวจเรือประมงทะเล อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันมิให้ผู้ประกอบกิจการประมงทะเลละเลยการปฏิบัติตามกฎหมาย ลดภาวการณ์เข้าตรวจซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ  โดยการลงปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อตรวจสอบการจ่ายค่าจ้าง ด้วยวิธีสอบถามจากลูกจ้างโดยตรง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าจ้าง สัญญาการว่าจ้าง ทะเบียนรายชื่อลูกจ้าง สำหรับผลการออกปฏิบัติงานโดยส่วนใหญ่ไม่พบการกระทำผิดร้ายแรง แต่อย่างใด